หลักการและเหตุผล หลังจากที่โลกต้องเผชิญกับเชื้อร้ายแรงเช่น เชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 เชื้ออุบัติใหม่หลายชนิด ได้เกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย โดยเฉพาะ ไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจรุนแรงเฉียบพลัน (Severe Acute Respiratory Infections :SARI) หรือ ปอดบวม ปอดอักเสบรุนแรง และมีอัตราการตายสูง เช่นไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ไข้หวัดนกสายพันธุ์ H10N8 เชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2012 (MERS-CoV) เป็นต้น และยังมีเชื้ออุบัติซ้ำอีกหลายชนิดที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุข ที่จำเป็นต้องเฝ้าระวัง ควบคู่กันไปกับเชื้อไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนกด้วย เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ที่มีศักยภาพ สามารถสนับสนุนข้อมูล อุบัติการณ์ของเชื้อต่างๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคปอดบวม ปอดอักเสบรุนแรง ได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ป่วยด้วยโรคเหล่านี้จำนวนมากที่ไม่สามารถค้นหาเชื้อที่เป็นสาเหตุได้ เพราะข้อจำกัดจากงบประมาณสำหรับการตรวจหาเชื้อหลายชนิด หรือแพทย์มีความสนใจต่อเชื้อบางชนิดเท่านั้น ดังนั้นระบบเฝ้าระวังฯที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ขยายศักยภาพนี้ จะเป็นแหล่งข้อมูลและองค์ความรู้ที่สำคัญ สำหรับหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันและควบคุมโรค ได้นำไปใช้ประโยชน์ ในการการจัดทำแผนหรือนโยบายในการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนกรวมถึงเชื้ออุบัติใหม่ อุบัติซ้ำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและระบบเฝ้าระวังฯนี้ควรจะได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์ที่ยั่งยืนของระบบสาธารณสุขไทย วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย
หน่วยงานที่รับผิดชอบ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หน่วยงานที่สนับสนุน 1. ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 14 แห่ง 2. โรงพยาบาลเครือข่าย 2.1 โรงพยาบาลแม่สอด จังหวัดตาก 2.2 โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี 2.3 โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2.4 โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 2.5 สถาบันบำราศนราดูร จังหวัดนนทบุรี 3. สำนักระบาด ระยะเวลาดำเนินการ เริ่มตั้งแต่ ตุลาคม 2557 - กันยายน 2562 กิจกรรม 1. โรงพยาบาลเครือข่าย เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยที่มีอาการดังนี้ 1.1 อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ( Influenza like illness: ILI ) คือ มีไข้ ร่วมกับไอ และ/หรือ เจ็บคอ ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา โดยเก็บสัปดาห์ละ 10 ราย แยกป็นผู้ป่วยเด็ก 5 รายและผู้ป่วยผู้ใหญ่ 5 ราย 1.2 ติดเชื้อระบบทางเดินหายใจรุนแรงเฉียบพลัน (Severe Acute Respiratory Infections :SARI) ที่แพทย์วินิจฉัยเป็นปอดอักเสบ หรือ สงสัยไข้หวัดใหญ่ และรับไว้นอนรักษาในโรงพยาบาล (admitted pneumonia, CAP or SARI) โดยเก็บสัปดาห์ละ 5 รายหรือมากกว่า 2. โรงพยาบาลเครือข่าย นำส่งตัวอย่างที่เก็บไว้ในถังไนโตรเจนเหลว สัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยให้ถึงห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ภายในวันศุกร์ของแต่ละสัปดาห์ พร้อมหนังสือนำส่ง 3. ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 14 แห่งส่งตัวอย่างที่ตรวจพบผลบวกไข้หวัดใหญ่จากงานบริการมายังสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขประมาณเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อแยกเชื้อและวิเคราะห์หาสายพันธุ์ 4. ตัวอย่างที่ได้รับจากโรงพยาบาลเครือข่าย จะทำการตรวจวิเคราะห์และศึกษาเชื้อที่แยกได้ดังนี้ 4.1 ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนกด้วยวิธี RT-PCR, realtime RT-PCR 4.2 การตรวจวิเคราะห์หาเชื้อไวรัส 16 ชนิดด้วยชุดน้ำยา Multiplex realtime PCR (Flu A, Flu B, HRV, PIV1, PIV2, PIV3, PIV4 , Adv , RSVA, RSVB, HEV, MPV, HBoV, CoV 229E, CoV NL63 และ CoV OC43) 4.3 ศึกษาการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโดยการแยกเชื้อไวรัสและวิเคราะห์หาสายพันธุ์ด้วยการทดสอบคุณสมบัติทางแอนติเจนด้วยวิธี IFA และ HI 4.4 ศึกษาการกลายพันธุ์โดยหาลำดับเบสของสารพันธุกรรม (Gene sequencing) 4.5 ศึกษาการดื้อยาโดยการหายีนที่ดื้อยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ด้วยวิธี Partial NA seqeuncing และ Pyrosequecing 4.6 ทดสอบยืนยันการดื้อยากลุ่ม neuraminase inhibitor ทาง phenotypic ด้วยวิธี Fluorometric neuraminidase inhibition assay 5. รายงานผลรายสัปดาห์ผ่านทางเว็ปไซต์ศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ executive group mail ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการฯ
|