สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

NATIONAL INSTITUTE OF HEALTH OF THAILAND

การประเมินความเสี่ยงของสารอะคริลาไมด์ในอาหารต่อคนไทย

Authors : ลัดดาวัลย์ โรจนพรรณทิพย์* พรรณทิพย์ ตียพันธ์** มยุรี อุรารุ่งโรจน์* พนาวัลย์ กลึงกลางดอน*

 

Affiliations : 

* สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
** สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

Source :

วารสารวิชาการสาธารณสุข 2554; 20(1): 38-50

Language : Thai

Abstract :

 
 

      การประเมินความเสี่ยงของคนไทยจากการได้รับสารอะคริลาไมด์จากอาหารดำเนินการในพ.ศ.2550-2551 มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเสี่ยงของสารนี้ต่อคนไทย ข้อมูลความเสี่ยงที่ได้ใช้สนับสนุนการกำหนดค่ามาตรฐานสารอะคริลาไมด์ในอาหารของประเทศไทย และมาตรฐานอาหารสากล และสื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชนทราบ การศึกษากระบวนการบ่งชี้ความเป็นอันตรายและการประเมินการตอบสนองต่อปริมาณ ศึกษาโดยทบทวนข้อมูลจากเอกสาร ปริมาณการได้รับสัมผัส ประเมินได้จากปริมาณสารอะคริลาไมด์ในอาหารร่วมกับปริมาณการบริโภค การประเมินความเสี่ยงทำโดยเปรียบเทียบปริมาณการได้รับสารอะคริ       ลาไมด์กับค่าความปลอดภัย การวิเคราะห์ปริมาณสารอะคริลาไมด์ใช้ High Performance Liquid Chromatograph-Mass Spectrometer-Mass Spectrometer (HPLC-MS-MS) ได้วิเคราะห์อาหารที่เสี่ยงต่อสารนี้ รวมทั้งสิ้น 469 ตัวอย่าง พบปริมาณเฉลี่ยสูงสุดในพริกป่น (2.179 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม)  รองลงมา คือ ขนมถุงขบเคี้ยวที่ทำจากแป้งมันฝรั่ง (1.879 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) ขนมถุงขบเครียวที่ทำจากมันฝรั่ง (0.813 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) เฟรนช์ฟราย (0.710 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) และกาแฟผงสำเร็จรูป (0.655 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) สำหรับปริมาณการบริโภคพบคนไทยบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสูงสุด คณะวิจัยประเมินค่าความปลอดภัยของสารอะคริลาไมด์โดยใช้ข้อมูลพิษวิทยาที่มีอยู่ในปัจจุบันได้เท่ากับ 2 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน การศึกษาพบคนไทยได้รับสัมผัสสารอะคริลาไมด์โดยเฉลี่ยเท่ากับ 0.50 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน คิดเป็น 0.25 เท่าของค่าความปลอดภัย ส่วนคนที่บริโภคสูงระดับ 97.5 เปอร์เซ็นต์ไทล์ได้รับสัมผัสเท่ากับ 3.19 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน คิดเป็น 1.6 เท่าของค่าความปลอดภัย