สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

National Institute of Health of Thailand

วันที่ :2018-05-07
 
         ในปี พ.ศ. 2560 ดร. Daoudi A และทีมวิจัย ได้ตรวจหาเชื้อจากโทรศัพท์มือถือ และหูฟังของแพทย์ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศโมร็อกโค เพื่อเปรียบเทียบการแพร่เชื้อในอุปกรณ์ จากเชื้อที่ตรวจพบร้อยละ 100 แบ่งเป็นเชื้อก่อโรคจากโทรศัพท์มือถือคิดเป็นร้อยละ 35 คือ Klebsiella pneumoniae และ Escherichia coli คิดเป็นร้อยละ 66.6 และ 33.3 ตามลำดับ โดยทั้งหมดดื้อยาต้านจุลชีพแบบ Extended Spectrum Beta Lactamase (ESBL) สำหรับเชื้อก่อโรคจากหูฟังของแพทย์คิดเป็นร้อยละ 7.7 คือ Klebsiella pneumoniae พบเพียงชนิดเดียวและไม่ดื้อยาต้านจุลชีพ
 
         ในปีเดียวกัน ดร. Chang CH และทีมวิจัย ได้ตรวจหาเชื้อจากโทรศัพท์มือถือ ช่องจมูก และมือของบุคลากรในโรงพบาบาลแห่งหนึ่งในประเทศไต้หวัน เพื่อหาความสัมพันธ์ของการแพร่เชื้อจากบุคลากร พบเชื้อรวมร้อยละ 98.1 และที่เป็นเชื้อก่อโรคร้อยละ 27.3 จำแนกตามตัวอย่างจากช่องจมูก โทรศัพท์มือถือ และมือ คิดเป็นร้อยละ 58.3, 13.9 และ 9.7 ตามลำดับ เชื้อก่อโรคที่พบมากที่สุดคือ Staphylococcus aureus คิดเป็นร้อยละ 19.9 ทั้งนี้พบเชื้อชนิดเดียวกันในบุคคลเดียวกันจากโทรศัพท์มือถือ ช่องจมูกและมือคิดเป็นร้อยละ 78.8 เป็นเชื้อ Staphylococcus aureus คิดเป็นร้อยละ 25.8
 
         เช่นเดียวกับ ดร. Canales M และทีมวิจัย ได้ตรวจหาเชื้อก่อโรคจากโทรศัพท์มือถือของบุคลากรในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อหาวิธีทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือที่เหมาะสม โดยพบเชื้อจากโทรศัพท์มือถือได้มากกว่าหนึ่งชนิดคิดเป็นร้อยละ 82 และพบเชื้อหนึ่งชนิดคิดเป็นร้อยละ 30 พบการใช้โทรศัพท์มือถือในโรงพยาบาลคิดเป็นร้อยละ 98 และใช้ในห้องผู้ป่วยคิดเป็นร้อยละ 37 ทั้งนี้โทรศัพท์มือถือร้อยละ 86 ไม่ได้ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
 
         งานวิจัยทั้งสามต่างสนับสนุนว่า โทรศัพท์มือถือเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อก่อโรคได้สูงสุด ดังนั้นผู้ใช้งานควรทำความสะอาดโทรศัพท์อย่างสม่ำเสมอ ดังนี้
         1. ควรเช็ดทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือเป็นประจำ หรือเมื่อพบคราบสกปรก 
         2. ควรเก็บโทรศัพท์มือถือในถุงหรือกระเป๋าที่มิดชิดเมื่อไม่ใช้งาน เพื่อป้องกันการสะสมเชื้อก่อโรคที่แพร่กระจายในอากาศในบริเวณโรงพยาบาล ห้องตรวจโรค ห้องรับประทานอาหาร หรือห้องน้ำ
 
 
เอกสารอ้างอิง
         1. Canales M, Craig G, Boyd J, Markovic M, and Chmielewski R. Dissemination of pathogens by mobile phones in a single hospital. JISRF. 2017;7(3): 41 – 7.
         2. Daoudi A, Slitine NEI, Bennaoui F, Alaoui MM, Soraa N, and Maoulainine FMR. Study of Bacterial Contamination of Mobile Phones and Stethoscopes in Neonatal Intensive Care Unit. Int J Pediatr. 2017;5(11): 6139 – 42.
         3. Chang CH, Chen SY, Lu JJ, Chang CJ, Chang Y, and Hsieh PH. Nasal colonization and bacterial contamination of mobile phones carried by medical staff in the operating room. PLOS ONE. 2017. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0175811
 
 
กลุ่มแบคทีเรียวิทยาทางการแพทย์
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 
พฤษภาคม 2561