สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

National Institute of Health of Thailand

วันที่ :2018-01-30

 

          จากกรณีที่มีรายงานข่าวจากสื่อต่างๆ เกี่ยวกับการระบาดโรคอุจจาระจากไวรัสโรทา รวมถึงมีการรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตในเด็กเล็ก ทำให้ประชาชนมีความสนใจถึงการป้องกันโรคอุจจาระร่วงจากไวรัสเพิ่มมากขึ้น จากรายงานของสำนักระบาดวิทยาพบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงตลอดปี 2560 จำนวน 985,544 ราย เสียชีวิต 4 ราย ในจำนวนนี้เป็นการป่วยในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 226,909 ราย คิดเป็นร้อยละ 23 ของผู้ป่วยทั้งหมด และเสียชีวิต 3 ราย

          ไวรัสโรทา (Rotavirus) มี 7 group คือ A,B,C,D,E,Fและ G ซึ่งไวรัสโรทา Group A เป็นไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute gastroenteritis) อาการมักรุนแรงในเด็กเล็กโดยเฉพาะเด็กอายุตํ่ากว่า 5 ปี การติดต่อเป็นแบบ foecal oral route ระยะฟักตัว 1-2 วัน มีอาการไข้ ปวดท้อง อาเจียน และถ่ายเป็นน้ำ มักหายได้เองภายใน 3-8 วัน ในบางรายผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมากจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเนื่องจากมีอาการขาดน้ำ หากรับการรักษาไม่ทันหรือไม่เหมาะสม อาจเกิดภาวะช็อกและอาจเสียชีวิตได้ 
 
          นอกจากนี้ไวรัสโรทามีหลายสายพันธุ์จึงสามารถเกิดโรคซ้ำได้หลายครั้ง อีกทั้งด้วยคุณสมบัติของไวรัสโรทาที่มียีนมากถึง 11 จีโนม จึงทำให้เกิดการผสมข้ามยีนกันในแต่ละ 11 จีโนม (Re-assortment) เกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ได้ง่าย 
 
          จากข้อมูลการเฝ้าระวังของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข สายพันธุ์ที่ก่อโรคเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงปี คือ ระหว่างปี พ.ศ. 2536 จนถึงปี 2542 พบว่าเป็น ซีโรทัยป์ G1 จากนั้นในปี พ.ศ. 2543 จนถึงปี 2546 เป็นซีโรทัยป์ G9 และกลับมาเป็นซีโรทัยป์ G1 อีกครั้งในปี พ.ศ. 2546 จนถึงปี 2550 จนกระทั่งปี พ.ศ. 2559 ซีโรทัยป์ที่พบว่าเป็นสาเหตุของโรค ได้แก่  G1P[8]  G3P[8]  G9P[6] ตามลำดับ ส่วนในปี 2560 ได้รับตัวอย่างจากผู้ป่วยจํานวนทั้งสิ้น 76 ราย 83 ตัวอย่าง   พบผู้ป่วยที่ให้ผลบวก 21 ราย 23 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 27.63 ของผู้ป่วยทั้งหมด  ซึ่งในปีนี้พบผู้ป่วยสูงในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน แตกต่างจากปีที่ผ่านมาพบผู้ป่วยสูงในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีฝนตกและอากาศเริ่มเย็น  จากจำนวนผู้ป่วยที่ให้ผลบวกพบในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 11 ราย และอายุมากกว่า 5 ปี เป็นจำนวน 12 ราย ซีโรทัยป์ที่พบในช่วงปี 2560 ได้แก่  G3P[8]  G8P[8]  G9P[8] ซึ่งพบว่าซีโรทัยป์ G3P[8]  พบมากที่สุดจำนวน 11 ราย      ดังนั้นซีโรทัยป์  G3P[8] ยังคงเป็นสาเหตุของโรคมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
 
          สำหรับปี 2561 ตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 จนถึงปัจจุบัน  ทางห้องปฏิบัติการได้รับตัวอย่างเป็นจำนวนทั้งสิ้น 7 ราย 7 ตัวอย่าง จากจังหวัดกรุงเทพมหานคร โดยพบว่าผู้ป่วยมีอายุมากกว่า 5 ปีทั้งหมด และ ให้ผลบวกไวรัสโรทา 1 ราย 1 ตัวอย่าง
 
          ปัจจุบันได้มีการใช้วัคซีนสำหรับป้องกันไวรัสโรทา และวัคซีนโรทาที่ใช้ในประเทศไทย ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้ผ่านการรับรองรุ่นการผลิต (Lot Release) จากสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
 
          สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการดังนี้
 
          ตรวจวินิจฉัยโรคอุจจาระจากไวรัสโรทาด้วยเทคนิคการตรวจ 2 วิธี
          1. Polyacrylamide gel electrophoresis (PAGE) วิธีนี้ข้อดีคือราคาถูก และสามารถแยกกลุ่มไวรัสโรทาที่พบว่าเป็น กลุ่มใดจาก 7 กลุ่มโดยดูจากการเรียงตัวของ  RNA หลังการย้อมสี
          2. RT-PCR เป็นวิธีตรวจที่รวดเร็ว สามารถแยกสายพันธุ์ได้และมีความไวที่สูงกว่า แต่ราคาสูงกว่าแบบแรก
ชนิดตัวอย่างส่งตรวจ คือ อุจจาระ (Fresh stool) ปริมาณ 3-5 มิลลิลิตร เก็บใส่ภาชนะที่สะอาด ปิดมิดชิด ใส่ถุงพลาสติกเพื่อไม่ให้หกเลอะเทอะ
 
          การส่งตัวอย่างในระบบลูกโซ่ความเย็น นำส่งสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และแบบฟอร์มในการส่งตัวอย่างสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก website สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข http://nih.dmsc.moph.go.th/login/filedata/5.12.pdf
 
 
 
 
ฝ่ายไวรัสระบบทางเดินอาหาร
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 
มกราคม 2561