สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

National Institute of Health of Thailand

วันที่ :2017-12-18

 

        โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Bacillus anthracis พบทั่วไปตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในดินที่มี ซากสัตว์ที่ตายด้วยโรคแอนแทรกซ์ ทำให้เชื้อแพร่ได้ทางฝุ่น น้ำ และวัสดุจากพืช สัตว์ เช่น ขน กระดูก หนัง และอาหารสัตว์ โรคแอนแทรกซ์เป็นโรคติดต่อร้ายแรงในสัตว์กินหญ้า สัตว์แต่ละชนิดมีความไวใน การเกิดโรคต่างกัน เช่น โค กระบือ แพะ แกะ ติดโรคได้ง่ายที่สุด คนติดโรคได้ง่าย โดยมักเกิดจาก การระบาดของโรคในสัตว์ก่อน ส่วนใหญ่ติดทางผิวหนังโดยการสัมผัสสัตว์ป่วย หรือสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ สัตว์ที่ได้มาจากสัตว์ป่วย เช่น ขนสัตว์ หนัง กระดูก เนื้อสัตว์ เป็นต้น แต่ไม่มีการติดต่อระหว่างคนด้วยกัน เชื้อนี้ก่อให้เกิดโรคในคน ๓ รูปแบบ คือ

๑) การติดเชื้อที่ผิวหนัง (Cutaneous anthrax) พบมากที่สุด ~๙๕-๙๙% ของผู้ป่วยแอนแทรกซ์ ติดเชื้อโดยสปอร์ของเชื้อเข้าทางบาดแผลและรอยแผลถลอก มักเป็นที่มือ แขน คอ หรือขา  ระยะฟักตัว ๒ – ๕ วัน  รอยแผลเริ่มจากผนังเป็นตุ่มแข็ง จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นตุ่มน้ำใสและแตกออกกลายเป็นแผลหลุมสีดำคล้ายรอยถูกจี้ด้วยบุหรี่ ในรายที่ไม่ได้รับการรักษาอาจจะมีการลุกลามของเชื้อไปยังต่อมน้ำเหลืองและกระจายไปตามกระแสเลือดทำให้เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษได้ อัตราป่วยตายกรณีไม่ได้รับการรักษาไม่สูงนัก อยู่ระหว่างร้อยละ ๕-๒๐ สิ่งส่งตรวจสำหรับการแยกเชื้อ : ป้ายแผล ในระยะเริ่มต้นที่แผลเป็นตุ่มพองและระยะที่แผลตกสะเก็ด

๒) การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ (Pulmonary anthrax) : เกิดจากการหายใจเอาสปอร์ของเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เช่น ขนสัตว์ หรือกระดูกป่น เป็นต้น ทำให้มีอาการบวมน้ำและจุดเลือดออกเป็นหย่อมๆที่เนื้อปอด และเกิด pleural effusion แต่จะไม่พบ pneumonia อาการทั่วไปคล้ายไข้หวัดใหญ่ สุดท้ายเชื้อจะเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ อัตราการป่วยตายร้อยละ ๕๐-๖๐ สิ่งส่งตรวจสำหรับการแยกเชื้อ : เสมหะ เลือด และน้ำไขสันหลัง

๓) การติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร (Intestinal anthrax) : เป็นการติดเชื้อที่รุนแรงที่สุด พบไม่บ่อยนัก เกิดจากการกินเนื้อสุกๆ ดิบๆ จากสัตว์ที่เป็นโรค อาการที่พบในช่วงแรกๆ จะคล้ายกับผู้ป่วยทางเดินหายใจตอนบน มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว จากนั้นจะหายใจขัด หายใจลำบาก หน้าเขียวคล้ำ และตายจากอาการของระบบหายใจล้มเหลวในช่วงเวลาเพียง ๓-๕ วันหลังรับเชื้อ อัตราการป่วยตายของผู้ป่วยระบบนี้จะสูงมากถึงร้อยละ ๘๐-๙๐ สิ่งส่งตรวจสำหรับการแยกเชื้อ : อุจจาระ  

 

        ห้องปฏิบัติการของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข เปิดให้บริการเพาะแยกเชื้อแบคทีเรีย Bacillus anthracis จากสิ่งส่งตรวจ ได้แก่ เลือด เสมหะ อุจจาระ ป้ายแผล ด้วยอาหารเลี้ยงเชื้อที่จำเพาะต่อการเจริญเติบโตและทดสอบคุณสมบัติทางชีวเคมี และวิเคราะห์สเปคตรัมโปรตีนของเชื้อด้วยเทคนิค MALDI-TOF Mass Spectrometry (MALDI-TOF MS) ในห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3 (BIOSAFETY LEVEL (BSL3) LABORATORY)

 อ้างอิง: 

1. คู่มือการเก็บตัวอย่างและการส่งตรวจ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข 

2. Pathogen Safety Data Sheets: Infectious Substances – Bacillus anthracis, https://www.canada.ca/en/public-health/services/laboratory-biosafety-biosecurity/pathogen-safety-data-sheets-risk-assessment/bacillus-anthracis-material-safety-data-sheets-msds.html

 

ฝ่ายตรวจวินิจฉัยแบคทีเรียทางการแพทย์
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์