สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

NATIONAL INSTITUTE OF HEALTH OF THAILAND

อันตราย ?? ที่แฝงมากับฟองน้ำและแผ่นใยขัดล้างจาน

วันที่ :2017-11-20

 

           ดร. Cardinale M และทีมวิจัยจากเยอรมนีเผยแพร่ผลงานการวิจัยชิ้นใหม่ ผ่านวารสารวิชาการ Journal Scientific reports เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2017 ระบุว่าฟองน้ำล้างจานในครัวเรือน อาจถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่สกปรกที่สุดภายในบ้าน และก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าที่เคยคิดกัน ทีมงานวิจัยเยอรมันระบุไว้ในรายงานดังกล่าวว่า งานวิจัยใหม่นี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ฟองน้ำล้างจานเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียที่มีชีวิตใหญ่ที่สุดเท่าที่มีในบ้านหลังหนึ่ง  และพบว่าผลงานวิจัยชิ้นนี้สอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้านี้ของ ดร. Flores GE นักจุลชีววิทยา จากมหาวิยาลัยแอริโซนา  สหรัฐอเมริกา ที่ระบุไว้ในปี 2013 ว่าฟองน้ำล้างจานมีความสกปรกเป็นอันดับสองของบ้าน  ทีมงานวิจัยเยอรมนีพบข้อมูลน่าตกใจว่า ในชิ้นตัวอย่างของฟองน้ำล้างจานซึ่งมีขนาดเท่ากันก้อนน้ำตาลก้อนสี่เหลี่ยมหนึ่งก้อน มีเซลล์แบคทีเรียปนเปื้อนอยู่มากถึง 54,000 ล้านเซลล์ตัวต่อ 1 ตารางเซ็นติเมตร เป็นกลุ่มของแบคทีเรียที่มีความสามารถในการก่อโรค เช่น Acinetobacter johnsonil Cryseobacterium hominis และ Moraxella ostoensis และพบเชื้อแบคทีเรียก่อโรค ในกลุ่มที่ก่อให้เกิดอาการคออักเสบ  

           เมื่อปี พ.ศ. 2552 (ค.ศ. 2009) ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับคณะอุตสาหกรรมเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พบจุลินทรีย์ในฟองน้ำและแผ่นใยขัดที่ใช้ทำความสะอาดภาชนะบรรจุและอุปกรณ์ประกอบอาหาร โดยสาเหตุของการปนเปื้อนจุลินทรีย์ เกิดจากฟองน้ำและแผ่นใยขัดขาดการดูแลรักษาและทำความสะอาดอย่างถูกสุขลักษณะ เช่น การปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำความสะอาดและบีบให้แห้งเมื่อเสร็จสิ้นจากการใช้ล้างจานที่มีคราบสกปรก และการเก็บในบริเวณที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวกมีความชื้น เป็นสาเหตุทำให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตเพิ่มจำนวน เป็นต้น โดยพบว่าฟองน้ำและแผ่นใยขัดที่ขาดการดูแลให้ถูกสุขลักษณะขนาด 1 ตารางนิ้วจะมีปริมาณจุลินทรีย์มากถึง 10,000 ตัว จากการสุ่มเก็บตัวอย่างของฟองน้ำและแผ่นใยขัดของร้านค้าที่ขายอาหารในครัวเรือนและโรงเรียนหลายแห่งในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อทำการตรวจหาจุลินทรีย์ดัชนี (โคลิฟอร์ม) และจุลินทรีย์ก่อโรค ได้แก่ แบคทีเรียกลุ่มกรัมบวก (Staphylococcus aureus และ Bacillus cereus) และแบคทีเรียกลุ่มกรัมลบ (Salmonella spp. และ Vibrio spp.) พบว่าฟองน้ำและแผ่นใยขัดจากครัวเรือนนั้นมีความสะอาดมากกว่าร้านค้าที่ขายอาหารในโรงเรียน คือ พบโคลิฟอร์มทั้งในตัวอย่างฟองน้ำและแผ่นใยขัดจากร้านค้า ร่วมกับจุลินทรีย์ก่อโรค 3 ชนิด คือ Salmonella spp., Vibrio cholerae (พบเฉพาะ non O1/non O139) และ Bacillus cereus ขณะที่ตัวอย่างฟองน้ำจากครัวเรือนพบ Salmonella spp. (Salmonella Virchow) เพียง 1 ตัวอย่าง และไม่พบจุ-ลินทรีย์ก่อโรคในตัวอย่างแผ่นใยขัด สำหรับ Salmonella spp. ที่พบมีหลายสายพันธุ์ สายพันธุ์ที่พบมากที่สุดในฟองน้ำและแผ่นใยขัดจากร้านค้า คือ Salmonella Rissen
 
           จากข้อมูลต่างๆ ในการกำจัดจุลินทรีย์ในฟองน้ำและแผ่นใยขัดหลังการใช้งานทำความสะอาดภาชนะและอุปกรณ์ประกอบอาหาร วิธีที่ง่าย และสามารถทำได้ทุกครัวเรือนและร้านค้า คือ การใช้น้ำส้มสายชูเทียม (5% Acetic acid) หรือน้ำส้มสายชูกลั่น 4 ช้อนโต๊ะ (60 มิลลิลิตร) ผสมน้ำ 1/2 ลิตร (500 มิลลิลิตร) แล้วนำฟองน้ำและแผ่นใยขัดแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน จะทำให้จุลินทรีย์ในฟองน้ำและแผ่นใยขัดลดลงได้ 
 
 
ภาพที่ 1 แสดงจุลินทรีย์ (Salmonella spp.) บนพื้นผิวของฟองน้ำล้างจาน ส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนชนิดส่องกราด (SEM) ด้วยกำลังขยาย 7,500 เท่า พบเซลล์ขนาด 0.53 – 0.80 ไมครอน (ก) X 1.73 – 1.86 ไมครอน (ย)
 
 
เอกสารอ้างอิง
1. Flores G, Bates S, Caporaso J, Lauber C, Leff J, Knight R, Fierer N.. Diversity, distribution and sources of bacteria in residential kitchens. Env Microbiol 15, 588–596 (2013)
2. Cardinale M, Kaiser D, Lueders T, Schnell S, Egert M Microbiome analysis and confocal microscopy of used kitchen sponges reveal massivecolonization by Acinetobacter, Moraxella and Chryseobacterium species.. Sci Rep 2017 Jul 19;7(1): 5791.
3. อรุณ บ่างตระกูลนนท์ ศรีรัตน์ พรเรืองวงศ์ ชัยวัฒน์ พูลศรีกาญจน์ และอดิศร เสวตวิวัฒน์ การสำรวจการปนเปื้อนของแบคทีเรียในฟองน้ำและแผ่นใยขัดสำหรับล้างจาน วารสารเกษตรพระจอมเกล้า 2552: 27 (2); 22-29.
4.Menconi A, Shivaramaiah S, Huff G, Prado O, Morales J, Pumford N, et al Effect of different concentrations of acetic, citric, and propionic acid dipping solutions on bacterial contamination of raw chicken skin. Poult Sci 2013; 92(8): 2216-20. 
5. Levine A, Fellers C. Inhibiting Effect of Acetic Acid upon Microorganisms in the Presence of Sodium Chloride and Sucrose. J Bacteriol. 1940:40(2): 255-69.
6. Dvorak G. Disinfection 101. [Online]. [cited 2017 Nov 6];[ 20 pages]. Available from: URL: http://www.cfsph.iastate.edu/Disinfection/Assets/Disinfection101.pdf
 
 
กลุ่มแบคทีเรียวิทยาทางการแพทย์
และฝ่ายจุลทรรศน์อิเล็กตรอน
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
พฤศจิกายน 2560