สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

NATIONAL INSTITUTE OF HEALTH OF THAILAND

ความเป็นจริงของโรคมือเท้าปากในประเทศไทย

วันที่ :2017-10-19

               ในปี 2560 ที่ผ่านมา มีรายข่าวจากสื่อต่างๆ เกี่ยวกับการระบาดของโรคมือ เท้า ปากหลายครั้ง  รวมถึงการรายงานถึงผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคมือ เท้า ปาก ที่เป็นที่สนใจจากหลายๆ ฝ่าย  การที่สื่อให้ความสนใจและนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องมือ เท้า ปาก เป็นช่องทางที่ดีที่จะทำให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันและควบคุมโรคมือ เท้า ปาก  แต่ข้อมูลเกี่ยวกับโรคมือ เท้า ปากที่ถูกต้อง จะทำให้เกิดความเข้าใจ และการป้องกันควบคุมโรคจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
โรคมือ เท้า ปาก (Hand foot and  mouth Diseases) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเตอโรเช่น ไวรัสเอนเตอโร 71 ไวรัสคอกซากี เอ ไวรัสคอกซากี บี และไวรัสเอคโฆ่ พบมากในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง จะมีไข้  เป็นแผลในปาก มีตุ่มน้ำใส ตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า และลำตัว มักจะหายได้เองภายใน 7- 10 วัน ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจมีอาการแทรกซ้อนรุนแรงทางระบบประสาทและระบบหายใจ เช่น ปอดบวมน้ำ สมองอักเสบ หัวใจวาย อาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในรายที่ติดเชื้อไวรัสเอนเตอโร 71 ที่ทั่วไปมักเรียกย่อกันว่า EV71 เชื้อนี้แยกเชื้อได้ครั้งแรกจากผู้ป่วยไข้สมองอักเสบ (Encephalitis) ที่ เมืองแคลิฟอร์เนียประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2512 EV71 ยังสามารถแบ่งได้เป็น Genogroup A, B, C และ D ตาม ลักษณะของยีนโดย Genogroup A จะเป็น prototype ของ Enterovirus 71 ส่วน Genogroup B และ C แบ่งย่อยได้อีก ชนิดละ 5 subgenogroups ไวรัสชนิดนี้ไม่มีไขมันห่อหุ้ม (non-envelop virus) จึงทนทานต่อสารละลายไขมัน และทนต่อสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดได้ดี จึงทําให้สามารถดํารงชีวิตอยู่ได้ในลําไส้และสามารถอยู่ในอุณหภูมิห้องได้ 2 - 3 วัน
 
ห้องปฏิบัติการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เริ่มเฝ้าระวังโรคมือเท้าปากตั้งแต่ พ.ศ.2541 และพบว่ามีไวรัสก่อโรคชนิดนี้สำคัญอยู่ 2 ชนิดคือ ไวรัสเอนเตอโร 71 และไวรัสคอกซากี เอ16 จากข้อมูลการตรวจวินิจฉัยโรคมือ เท้า ปากตั้งแต่ พ.ศ. 2554 พบว่าส่วนใหญ่ไวรัสก่อโรคที่เป็นสาเหตุหลักคือ ไวรัสเอนเตอโร 71 ยกเว้นในปี พศ. 2559 ที่พบว่าไวรัสคอกซากี เอ16 เป็นสาเหตุหลัก ห้องปฏิบัติการได้นำไวรัสเอนเตอโร 71มาศึกษาคุณสมบัติทางพันธุกรรม พบว่าเป็น subgenogroup B5 และ C4 ซึ่งพบได้ทั้งผู้ป่วยที่มีอาการทั้งไม่รุนแรงและรุนแรงจนเสียชีวิต      
สำหรับการเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการโรคมือ เท้า ปาก ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 17 ตุลาคม 60   มีการตรวจวินิจฉัยจากผู้ป่วยและผู้สัมผัสโรค  ทั้งสิ้น  425 ราย พบผู้ติดเชื้อ 112 ราย คิดเป็นร้อยละ 26.2  ในจำนวนผู้ป่วยที่ให้ผลบวกนี้ พบไวรัสเอนเตอโร 71 สูงสุดคิดเป็นร้อยละ 61.3  รองลงมาคือไวรัสค็อกซากีเอ 16 คิดเป็นร้อยละ 12.1  ซึ่งในปี 2560 นี้ สายพันธุ์ของไวรัสเอนเตอโร 71 ก็ยังคงเป็นสายพันธุ์เดิมคือ subgenogroup B5 และ C4 เช่นเดียวกับที่ตรวจพบในปีที่ผ่านมา ซึ่งเท่ากับว่าสายพันธุ์เหล่านี้เป็นสายพันธุ์เดิมที่น่าจะมีอยู่แล้วในประเทศไทย
 
ห้องปฏิบัติการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสเอนเตอโร ด้วย เทคนิคการตรวจ 3 ชนิดซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 15189:2012ประกอบด้วยการตรวจหาระดับภูมิคุ้มกันจากเชื้อไวรัสก่อโรคมือเท้าปากด้วยวิธี Micro – Neutralization ในซีรั่มของผู้ป่วย  การตรวจแยกเชื้อในเซลล์เพาะเลี้ยง และการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสก่อโรคมือเท้าปากด้วยวิธี Reverse Transcriptase Polymerase chain reaction(RT-PCR) ซึ่งเป็นวิธีที่มีความแม่นยำ และรวดเร็ว ซึ่งการตรวจด้วยวิธี RT-PCR นี้สามารถรายงานผลได้ภายใน 2 วัน  ตัวอย่างผู้ป่วยที่ใช้ในการตรวจทางห้องปฏิบัติการคือ อุจจาระ สวอบคอ สวอบแผล สวอบโพรงจมูก และ น้ำไขสันหลัง และ ซีรั่ม รายละเอียดการเก็บ การนำส่งตัวอย่างและแบบฟอร์มในการส่งตัวอย่างสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก website สถาบันวิจัยสาธารณสุข http://nih.dmsc.moph.go.th/login/filedata/5.12.pdf
 

ฝ่ายไวรัสระบบทางเดินอาหาร
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ตุลาคม 2560