สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

NATIONAL INSTITUTE OF HEALTH OF THAILAND

โรคแผลบูรูลี อัลเซอร์ (Buruli ulcer)

วันที่ :2017-10-02

 

          สาเหตุมาจากการติดเชื้อ มัยโคแบคทีเรียม อัลเซอแรนส์ (Mycobacterium ulcerans) เป็นโรคที่พบในเขตร้อน แต่เดิมพบระบาดในแอฟริกาตะวันตก แอฟริกากลาง นิวกินิ และทวีปละตินอเมริกา เขตบูรูลีในประเทศยูกันดาเป็นแหล่งกำเนิดโรค  ยังเกิดโรคนี้ในแถบเอเชียและแปซิฟิกตะวันตก ทั่วโลกพบการเกิดโรคในประเทศต่างๆ มากกว่า 33 ประเทศ รวมทั้งในจีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และในออสเตรเลีย องค์การอนามัยโลกรายงานมีผู้ติดเชื้อประมาณ 5,000-6,000 รายในแต่ละปี  โรคนี้นอกจากจะเกิดขึ้นมนุษย์แล้วยังเกิดขึ้นสัตว์ด้วย ล่าสุด สำนักข่าวเอเอฟพีและหนังสือพิมพ์ในประเทศไทย รายงานเมื่อเดือนกันยายน 2560 เกิดโรคนี้ในประเทศออสเตรเลีย โดยพบผู้ป่วยโรคบูรูลีหรือโรคแบคทีเรียกินเนื้อหลายรายอย่างต่อเนื่องในหลายรัฐ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี พบว่าจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากกว่า 159 ราย ทำให้เกิดความวิตกกังวลการแพร่ระบาดของโรค

เชื้อที่เป็นสาเหตุ

เชื้อมัยโคแบคทีเรียม อัลเซอแรนส์ อยู่ในตระกูลเดียวกันกับเชื้อที่เป็นสาเหตุของวัณโรคและโรคเรื้อน วิธีการติดต่อของโรคยังไม่ทราบแน่ชัด พบเชื้ออยู่ในสิ่งแวดล้อม และแหล่งน้ำมีส่วนทำให้เกิดการแพร่กระจายของโรค  เชื้อจะปล่อยสารพิษที่มีชื่อว่า ไมโคแลกโทน (Mycolactone) ซึ่งกดภูมิคุ้มกันและทำให้เนื้อเยื่อเปื่อยเน่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค

อาการ

ลักษณะเป็นโรคผิวหนังคล้ายโรคเรื้อน อาการเริ่มแรกของการติดเชื้อจะมีตุ่มเล็กหรือบวมที่ผิว ตุ่มนี้จะกลายเป็นแผลเปื่อย (ulcer) หรือรอยเนื้อตาย (necrotizing lesion)  ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวด ผิวหนังจะอักเสบ บวมแดง และพองจนเน่าและลุกลามไปเรื่อยๆ ในรายที่อาการหนักอาจลุกลามทำให้เกิดการติดเชื้อที่กระดูก   แผลบูรูลีส่วนมากจะพบการติดเชื้อในบริเวณแขนหรือขา  โดยทั่วผู้ป่วยไม่มีไข้ 

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็วจะช่วยลดการแพร่ติดต่อ  สามารถตรวจวินิจฉัยได้จากอาการ รอยโรคที่ผิวหนัง ซึ่งมักจะมีตุ่ม บวมแดง อักเสบ และเป็นแผลเปื่อย การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ สามารถตรวจวินิจฉัยได้ด้วยวิธี PCR การตรวจหาเชื้อด้วยกล้องจุลทรรศน์ และการตรวจทางพยาธิวิทยา (histopathology)

การรักษา

         สามารถรักษาให้หายได้โดยการใช้ยาปฏิชีวนะและการผ่าตัด การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะนาน 8 สัปดาห์ในช่วงแรกของการติดเชื้อจะได้ผลดีถึง 80%  มักใช้ยาปฏิชีวนะ ได้แก่ ยาไรแฟมพิซิน ร่วมกับ สเตรปโตมัยซิน บางครั้งอาจจะใช้ยาคลาริโธมัยซิน หรือมอกซิฟลอกซาซิน แทนสเตรปโตมัยซิน บางรายอาจรักษาด้วยการตัดผลเปื่อยออกร่วมด้วย  แผลที่ติดเชื้อเมื่อรักษาแล้วมักเป็นแผลเป็น       

ยังไม่พบรายงานโรคนี้ในประเทศไทย และห้องปฏิบัติการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข สามารถตรวจวินิจฉัยเชื้อนี้ได้ 

 

 

                                        ฝ่ายมัยโคแบคทีเรีย
                                        สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
                                                                    กันยายน
2560

 

 

!!! คลิ๊กดาวโหลด PDF !!!