สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

NATIONAL INSTITUTE OF HEALTH OF THAILAND

อหิวาตกโรค (Cholera)

วันที่ :2017-11-13

 

          ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก พบผู้ป่วยอหิวาตกโรคในประเทศเยเมน ตั้งแต่ ตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 13 กันยายน 2560 สูงถึง 663,451 คน เสียชีวิตแล้ว 2,074 คน การระบาดของอหิวาตกโรคนี้มีสาเหตุจากสงครามกลางเมืองที่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้โครงสร้างพื้นฐานของประเทศได้รับความเสียหายอย่างมาก เกิดภาวะขาดแคลน สถานบริการสาธารณสุขไม่เพียงพอ ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงอาหารและน้ำที่สะอาดปลอดภัย

          อหิวาตกโรค  เป็นโรคติดต่อจากการรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย โรคนี้เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ การท่องเที่ยว และการส่งออกอาหาร อหิวาตกโรคเป็นโรคติดต่อที่ต้องควบคุม ป้องกัน เพราะมีแนวโน้มแพร่ระบาดข้ามประเทศ  จึงต้องแจ้งเรื่องต่อองค์การอนามัยโลก ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ. 2548

          สาเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Vibrio cholerae serogroup O1 และ Vibrio cholerae serogroup O139  โดย Serogroup O1 จะมี 2 Biotype  คือ Classical และ EI Tor  ซึ่งแต่ละ Biotype มี 3 Serotype  คือ Ogawa, Inaba  และ Hikojima สำหรับเชื้ออื่นที่ไม่ใช่ Serogroup O1 และ Serogroup O139  เรียกรวมว่า Vibrio cholerae non O1/non O139 ทำให้เกิดโรคกระเพาะหรือลำไส้อักเสบ  เมื่อเชื้อ Vibrio cholerae serogroup O1 หรือ serogroup O139  เข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทาน เชื้อจะเข้าไปเกาะอยู่บริเวณลำไส้เล็กและสร้างสารพิษ (Cholera toxin) กระตุ้นให้เกิดอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง อุจจาระเป็นน้ำ สีน้ำซาวข้าว ร่างกายสูญเสียน้ำ และเกลือแร่ อย่างรวดเร็วและรุนแรง ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้เสียชีวิตได้ 

          การติดต่อ โดยการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเชื้ออาศัยอยู่ในแหล่งน้ำโดยเฉพาะน้ำกร่อยและสัตว์ทะเลเช่น กุ้ง หอย ปู นอกจากนี้อุจจาระของผู้ป่วยหรือผู้ที่เป็นพาหะของโรค สามารถแพร่กระจายออกมาสู่สิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดการระบาดสู่ผู้อื่นได้

          ระยะฟักตัว  ตั้งแต่ 2-3 ชั่วโมง ไปจนถึง 5 วัน เฉลี่ยประมาณ 2-3 วัน

          อาการ มีได้ตั้งแต่ไม่แสดงอาการจนถึงอาการรุนแรง  

                ·   ผู้ที่ไม่มีอาการ  จะเป็นแหล่งสะสมและแพร่เชื้อโรคไปสู่ผู้อื่นได้ เรียกว่า พาหะ

                ·   ผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง มักหายได้ภายใน 1 วัน หรืออย่างช้า 5 วัน มีอาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำ วันละหลายครั้ง แต่ปริมาณอุจจาระไม่เกินวันละ 1 ลิตร ในผู้ใหญ่อาจมีปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนได้

                ·   ผู้ที่มีอาการรุนแรง ระยะแรก มีท้องเดิน มีเนื้ออุจจาระมาก ต่อมาอุจจาระเป็นน้ำซาวข้าวเพราะมีเมือกและเซลล์เยื่อบุลำไส้ปนออกมา มีกลิ่นเหม็นคาว ไม่ปวดท้อง บางครั้งอุจจาระไหลพุ่งออกมาโดยไม่รู้สึกตัว มีอาเจียนแต่ไม่คลื่นไส้ อุจจาระออกมากถึง 1 ลิตรต่อชั่วโมง และจะหยุดเองใน 1-6 วัน ถ้าได้สารละลายน้ำตาลเกลือแร่ชดเชยอย่างเพียงพอ แต่ถ้าไม่ได้สารละลายน้ำตาลเกลือแร่อย่างเหมาะสม จะมีอาการขาดน้ำอย่างรวดเร็ว เลือดมีภาวะเป็นกรด การไหลเวียนของโลหิตช้าลง ลุกนั่งไม่ไหว ปัสสาวะน้อยหรือไม่มีเลย  อาจมีอาการเป็นลม หน้ามืด จนถึงช็อก ไตวาย และถึงแก่ชีวิต 

          การป้องกัน

          1.  ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร  ก่อนรับประทานอาหาร   และหลังใช้ห้องน้ำห้องส้วม

          2.  ดื่มน้ำและรับประทานอาหารที่สะอาด  ปรุงสุกใหม่ๆ หลีกเลี่ยงการรับประทาน อาหารทะเลสุกๆ ดิบๆ อาหารหมักดอง อาหารที่ปรุงทิ้งไว้นานๆ

          3.  ภาชนะที่ใช้ในการกินและดื่ม  ต้องทำความสะอาดและเก็บไว้ในที่สะอาด มิดชิด

          4.  ไม่วางอาหารที่ปรุงสุกแล้วปะปนกับอาหารดิบอีก เพราะอาหารที่สุกอาจปนเปื้อนเชื้อโรคได้

          5.  ถ่ายอุจจาระลงในห้องส้วมที่ถูกสุขลักษณะ ไม่เทอุจจาระ ปัสสาวะและสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำลำคลอง หรือทิ้งเรี่ยราด

           การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ตรวจหาเชื้อสาเหตุ ตรวจหาแหล่งแพร่กระจายเชื้อจากตัวอย่างอาหาร น้ำ ภาชนะปรุงอาหาร ผู้ปรุงอาหาร (อุจจาระ ป้ายมือ)   ตรวจยืนยันเชื้ออหิวาตกโรค ตรวจหาสารพิษ (enterotoxin genes) ด้วยวิธี multiplex PCR และทดสอบความไวของเชื้อต่อยาต้านจุลชีพ จากตัวอย่างเชื้อบริสุทธิ์ ตรวจด้วยวิธีมาตรฐานที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 15189 ได้ที่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.นนทบุรี


กลุ่มแบคทีเรียวิทยางการแพทย์
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
15 กันยายน 2560

 

!!! คลิ๊กดาวโหลด PDF !!!