สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

NATIONAL INSTITUTE OF HEALTH OF THAILAND

เห็ดพิษที่พบบ่อยในประเทศไทย

วันที่ :2017-06-15

 

                อาหารเป็นพิษจากการรับประทานเห็ดมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมต่อการเจริญของเห็ดหลายชนิดโดยเฉพาะเห็ดป่า (wild mushrooms) ในพื้นที่ธรรมชาติ เห็ดป่าจัดเป็นอาหารพื้นเมืองที่นิยมในหลายภูมิภาคของประเทศไทย ในช่วงระหว่างฤดูฝนชาวบ้านมักเข้าไปเก็บเห็ดมาบริโภค และค้าขายโดยมีความเข้าใจ และความเชื่อที่ไม่ถูกต้องในการแยกชนิดของเห็ดพิษและเห็ดที่รับประทานได้  เช่น การนำมาหุงกับข้าว ต้มให้เห็ดสุก หรือแช่ในน้ำข้าวแล้วเห็ดไม่เปลี่ยนเป็นสีดำ ส่งผลให้ในช่วงฤดูดังกล่าวพบอัตราผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตสูงโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ

เห็ดพิษจำแนกเป็นกลุ่มตามกลไกการเกิดพิษในร่างกาย แบ่งเป็น 4 ชนิด ได้แก่

                1) Protoplasmic poisons คือกลุ่มของสารพิษที่ออกฤทธิ์ทำลายเซลล์และต่อมาเกิดการล้มเหลวของอวัยวะ  สารพิษกลุ่มนี้คืออะมานิติน (amanitins)  อาการมีระยะฟักตัว 6-24 ชั่วโมง มีอาการท้องร่วง เป็นตะคริวที่ท้อง คลื่นไส้ อาเจียน แสดงอาการประมาณ 1 วัน หลังจากนั้นมีอาการตับและไตวาย และอาจถึงตาย จัดเป็นสารพิษในเห็ดที่ร้ายแรงที่สุด การต้ม ทอด ย่าง ไม่สามารถทำลายพิษได้ ตัวอย่างที่พบในประเทศไทย ได้แก่กลุ่มเห็ดระงาก (ภาพที่ 1 ถึง 4) ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับเห็ดระโงกขาว (ภาพที่ 5) ที่รับประทานได้

                2) Neurotoxin คือกลุ่มของสารพิษที่ทำให้เกิดอาการกับระบบประสาทโดยจะเกิดอาการภายใน 30 นาทีหลังรับประทาน มีอาการเหงื่อออกมาก น้ำตาไหล น้ำลายไหล ในรายรุนแรง ชีพจรเต้นช้า และอาจถึงตาย สารพิษกลุ่มนี้คืออัลคาลอยด์มัสคารีน (alkaloid muscarine) ตัวอย่างที่พบในประเทศไทยได้แก่กลุ่มเห็ดหมวกจีนสกุล Inocybe (ภาพที่ 6 และ 7) ซึ่งมีลักษณะรูปทรงของหมวกเห็ดคล้ายคลึงกับเห็ดกินได้กลุ่มเห็ดโคนหรือเห็ดปลวก (ภาพที่ 8 และ 9) และเห็ดพิษในสกุล Entoloma (ภาพที่ 10)

                3) Gastrointestinal irritants เป็นสารพิษที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองกระเพาะ ลำไส้ โดยเกิดภายใน 30 นาที – 4 ชั่วโมง มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เป็นตะคริวที่ท้อง ท้องเสีย สารพิษกลุ่มนี้พบในเห็ดมากชนิดที่สุด ที่พบในประเทศไทย เช่นกลุ่มเห็ดหัวกรวดครีบเขียว (ภาพที่ 11) กลุ่มเห็ดเห็ดถ่านเลือด (ภาพที่ 12) กลุ่มเห็ดน้ำหมากบางชนิด (ภาพที่ 13) กลุ่มเห็ดสกุล Cantharocybe (ภาพที่ 14)

                4) Disulfiram like poisoning (Coprine)  จะเกิดอาการพิษภายใน 5-10 นาที อาจถึง 30 นาที โดยทั่วไปตัวเห็ดเองไม่มีพิษแต่จะปรากฎอาการเมื่อรับประทานร่วมกับแอลกอฮอล์ ภายใน 24-72 ชั่วโมงหลังรับประทานเห็ดโดยมีอาการหน้าแดง ร้อน มีเหงื่อออกที่หน้ามาถึงคอ และหน้าอก ปวดหัวอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน หายใจเร็วและลำบาก เห็ดที่พบสารพิษชนิดนี้คือกลุ่มเห็ดน้ำหมึก (ภาพที่ 15)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การปฐมพยาบาล

                ในขั้นแรกที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้ผู้ป่วยอาเจียนเอาเศษอาหารที่ตกค้างออกมาให้มาก ต่อมาช่วยดูดพิษโดยวิธีใช้น้ำอุ่นผสมผงถ่าน activated charcoal ดื่ม 2 แก้ว  โดยแก้วแรกให้ล้วงคอให้อาเจียนออกมาก่อนแล้วจึงดื่มแก้วที่ 2 แล้วล้วงคอให้อาเจียนอีกครั้ง  หากออกยากให้ใช้เกลือแกง 3 ช้อนชาผสมน้ำอุ่น จะทำให้อาเจียนได้ง่ายขึ้น แต่วิธีนี้ห้ามใช้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ห้ามล้างท้องโดยการสวนทางทวารหนักโดยเด็ดขาด ต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยเท่านั้น เพราะจะเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยหากร่างกายขาดน้ำ

                ข้อสำคัญพยายามนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด และให้นำเห็ดที่รับประทานเข้าไปให้แพทย์ด้วยจะเป็นการดีที่สุด เพื่อได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและให้แพทย์นำเห็ดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ

 

ศูนย์พิษวิทยา

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
มิถุนายน 2560

 

 

 

!!! คลิ๊กดาวโหลด PDF !!!