สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

NATIONAL INSTITUTE OF HEALTH OF THAILAND

ไวรัสตับอักเสบ เอ

วันที่ :2017-03-28

 

โรคไวรัสตับอักเสบเอ ก่อให้เกิดปัญหาทางสาธารณสุขทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย  องค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณสถานการณ์ว่ามีประชากรโลกติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอที่แสดงอาการตับอักเสบ   ประมาณ 1.4 ล้านคน ต่อปี  และมีประมาณเกือบ 10 ล้านคนที่ติดเชื้อ แบบไม่แสดงอาการ โดยเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ เข้าสู่ร่างกายโดยการกินเชื้อเข้าไป ไวรัสเพิ่มจำนวนครั้งแรกในเซลล์เยื่อบุผิวในลำไส้ ก่อนเข้าสู่กระแสเลือดและไปก่อการติดเชื้อในเซลตับ (parenchyma cells) ในช่วงระยะ 1-2 สัปดาห์ก่อนเกิดอาการ ซึ่งสามารถพบไวรัสได้ถึง   ร้อยล้าน (108 ) อนุภาคต่อกรัมอุจจาระ และพบน้อยกว่านี้มากในเลือด น้ำลาย และลำคอ ระยะฟักตัวของโรคตับอักเสบ เอ ประมาณ 2-4 สัปดาห์

                การติดเชื้อไวรัสตั้งแต่อายุยังน้อย จะมักไม่ค่อยปรากฏอาการ แต่พบอาการได้บ่อยกว่าในเด็กที่โตขึ้น และในผู้ใหญ่อาจเกิดการได้ถึงร้อยละ 90 โดยอาการนำมักเกิด 1-2 สัปดาห์ โดยมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามตัว และส่วนใหญ่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน บางรายอาจพบอาการท้องเสียได้ หรือมีอาการคล้ายไข้หวัด บางรายมีผื่นแดง (maculopapular  rash)  จุดเลือดออก (petechiae) หรือผื่นลมพิษได้ อาการนำพบอย่างมากไม่เกิน 1 สัปดาห์ และในเด็กพบน้อยกว่าผู้ใหญ่ มีระดับเอนไซม์ ทรานสมิเนส (transaminase, เช่น alanine aminotransferase (ALT), aspartate amono transferase, AST)   มักขึ้นสู่ระดับสูงสุดตั้งแต่เริ่มมีอาการเหลืองและลดลงอย่างรวดเร็ว พบผู้ป่วยตับอักเสบที่มีภาวะน้ำดีคั่งและมีระยะเหลืองจัดเป็นเวลานาน (cholestatic viral hepatitis)  ได้ราวร้อยละ 5 ผู้ป่วยจะมีอาการคันมาก อุจจาระสีซีด แต่ส่วนใหญ่แล้วอาการเหลืองจะหายไปภายใน 4 สัปดาห์ มีเพียงน้อยรายที่กลับเป็นใหม่ (relapse)  ซึ่ง ผู้ป่วยโดยทั่วไป จะหายจากโรคอย่างสมบูรณ์ ไม่มีภาวะอาการอื่นๆ ตามมา ไม่เป็นพาหะเรื้อรัง และมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัส

การทำลายเชื้อได้ 1)โดยรังสีอัลตราไวโอเลต  (มักใช้ในการฆ่าเชื้อในอากาศ เพราะแสงไม่สามารถแทรกผ่านตัวกลางที่เป็นของเหลวหรือของแข็งไปได้ จะฆ่าเชื้อได้เฉพาะบริเวณพื้นผิวเท่านั้น) 2) การใช้ความร้อน  100O  นาน 5 นาที หรือนึ่งฆ่าเชื้อ (Autoclave) นาน15 นาที  3) แช่ น้ำยาฟอร์มาลิน 40%  นาน  27  ชั่วโมง 4) แช่ น้ำยาไฮโปรคลอไรต์  0.5-1 %  นาน  30  นาที 5). เติมคลอรีน ความเข้มข้น 1 ppm นาน 30 นาที  และ 6) ถูกทำลายโดยไมโครเวฟ (Microwave)   การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ การตรวจหา IgM anti-HAV โดยใช้วิธี  อีไลซ่า ( Enzyme Linked ImmunoSorbance Assay, ELISA )  และ ตรวจหาสารพันธุกรรม  ซึ่งอาจปนเปื้อนอยู่ในอาหารหรือน้ำดื่มโดยใช้วิธี เทคนิค พีซีอาร์ ( Polymerase chain reaction, PCR  การป้องกัน โดยการ การรับประทานอาหาร หรือ น้ำที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ และ การรักษาสุขอนามัยที่ดีส่วนบุคคล เช่นการล้างมือให้สะอาด สำหรับ การให้ อิมมูน โกลบูลิน แก่ บุคคลใกล้ชิด ที่มีความเสี่ยงโดย อีกฝ่ายหนึ่ง ควรได้รับ เป็นการป้องกัน หลังการได้รับเชื้อ (ภายใน 14 วัน) หรือ ผู้เดินทางไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ  อาจฉีดป้องกันไว้ก่อนได้ และ การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ เป็นต้น

ฝ่ายไวรัสตับอักเสบ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

มีนาคม 2560 

!!! คลิ๊กดาวโหลด PDF !!!