สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

NATIONAL INSTITUTE OF HEALTH OF THAILAND

การเก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจโรคเลปโตสไปโรสิส

วันที่ :2017-02-03

 

           โรคเลปโตสไปโรสิส หรือ “โรคฉี่หนู” สาเหตุจากเชื้อ Leptospira interrogans เป็นแบคทีเรียรูปร่างเกลียวขนาด 0.1x6 ถึง 0.1x20 ไมครอน เจริญได้ดีในสภาพแวดล้อมภายนอกร่างกายที่มีความชื้นสูง อุณหภูมิ 28-30ซ เป็นด่างเล็กน้อย แต่ตายง่ายบนพื้นผิวเรียบแห้งเมื่อโดนแสงแดดโดยตรง  คนได้รับเชื้อจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ สิ่งของ น้ำ อาหาร และดินที่ปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์รังโรค เช่น หนู สุกร โค กระบือ สุนัข แมว ฯลฯ   โดยเชื้อไชเข้าสู่ผิวหนังผ่านเยื่อเมือก หรือรอยแผลถลอก ใช้ระยะฟักตัวประมาณ 2-20 วัน ผู้ป่วยจะแสดงอาการตั้งแต่ไม่รุนแรงและหายได้เอง จนกระทั่งรุนแรงมากและเสียชีวิต เริ่มด้วยไข้เฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะ กล้ามเนื้อน่อง ตาแดง มีเลือดออกที่เยื่อบุตา ไอ คอแข็ง   รายที่มีอาการแทรกซ้อน ผู้ป่วยมีอาการดีซ่าน ตับวาย ไตวายเฉียบพลัน เลือดออกในปอดและเสียชีวิต  การตรวจวินิจฉัยเพื่อหาภูมิคุ้มกัน  สารพันธุกรรมเชื้อก่อโรค หรือเพาะแยกเชื้อเลปโตสไปรา สามารถตรวจจากสิ่งส่งตรวจชนิดต่างๆ  ได้แก่ น้ำจากสิ่งแวดล้อม สัตว์รังโรค หรือผู้ป่วย ซึ่งขั้นตอนในการเก็บตัวอย่างส่งตรวจ มีดังนี้

           1. น้ำ: น้ำจากแหล่งต่างๆ ที่เป็นบริเวณน้ำขังนิ่ง แสงแดดส่องถึงน้อย ได้แก่ น้ำในท้องนาท้องร่อง ปลักควาย แหล่งน้ำบริเวณน้ำท่วมขัง แม่น้ำ คลอง บึง ห้วย   ให้เก็บโดยจุ่ม (dipping) ขวดพลาสติกสะอาดปราศจากเชื้อลงน้ำ เก็บในปริมาตร 400 มล. แช่ขวดตัวอย่างน้ำส่งตรวจในกล่องน้ำแข็งและรีบนำส่งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาสารพันธุกรรมเชื้อเลปโตสไปราด้วยวิธี PCR (polymerase chain reaction)

 
           2. เลือด: เจาะเลือดผู้ป่วยจากเส้นเลือดดำปริมาตร 3 มล. ใส่ลงในหลอดเก็บเลือดที่บรรจุสารกันเลือดแข็ง (จุกสีม่วง) เพื่อนำเลือดครบส่วน (whole blood) ตรวจหาสารพันธุกรรมเชื้อเลปโตสไปราด้วยวิธี PCR และเก็บตัวอย่างน้ำเหลือง (serum) ที่ได้จากปั่นแยกลิ่มเลือด (clot blood) ออกจากการเจาะเส้นเลือดดำปริมาตร 4-5 มล. ใส่ลงในหลอดเก็บเลือด (จุกสีแดงซึ่งไม่ใส่สารกันเลือดแข็ง) เพื่อตรวจหาระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อเลปโตสไปราด้วยวิธี MAT (microscopic agglutination test) และ IFA (immunofluoresent assay) นำส่งห้องปฏิบัติการทันที หรือแช่ตัวอย่างเลือด/น้ำเหลืองที่อุณหภูมิ 4?ซ หรือกล่องน้ำแข็งระหว่างรอนำส่ง 
 
 
           3. ปัสสาวะ: เก็บในภาชนะที่สะอาดปราศจากเชื้อในปริมาตร 20-50 มล. นำส่งห้องปฏิบัติการทันทีหรือเก็บที่อุณหภูมิ 4ซ หรือกระติกน้ำแข็งระหว่างรอนำส่ง เพื่อตรวจหาสารพันธุกรรมเชื้อเลปโตสไปราโดยวิธี PCR
 
 
           4. สัตว์รังโรค: สิ่งส่งตรวจจากสัตว์รังโรคสามารถส่งได้ทั้ง เลือด น้ำเหลือง ปัสสาวะ (วิธีการเก็บดังกล่าวข้างต้น) หรือ ไตสัตว์ เช่น เก็บไตหนูเพื่อเพาะแยกเชื้อเลปโตสไปราโดยบรรจุชิ้นเนื้อของไตในอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดพิเศษที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงเชื้อเลปโตสไปรา นำส่งห้องปฏิบัติทันทีโดยไม่ต้องแช่เย็น (เก็บอุณหภูมิห้องที่ไม่ร้อนเกินไป) 
 
 
ดูแลสุขภาพอนามัยให้ปลอดโรคเลปโตสไปโรสิสโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ป่วย สวมรองเท้าบูท ถุงมือขณะสัมผัสดิน/น้ำ ล้างทำความสะอาดผิวหนังภายหลังเสร็จกิจกรรม หากสงสัยป่วยด้วยโรคเลปโตสไปโรสิสเก็บสิ่งส่งตรวจนำส่งที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขซึ่งมีห้องปฏิบัติการอ้างอิงที่สามารถตรวจวินิจฉัยโรคเลปโตสไปโรสิสได้ทั้งระดับภูมิคุ้มกัน ตรวจหาสารพันธุกรรมและเพาะแยกเชื้อ
 
ฝ่ายริกเก็ตเซียและเลปโตสไปโรสิส
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
กุมภาพันธ์ 2560