สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

National Institute of Health of Thailand

วันที่ :2015-09-03

1. ชื่อการทดสอบ

        1.1การตรวจหาไวรัสระบบทางเดินหายใจ (ไวรัสไข้หวัดใหญ่, ไวรัสพาราอินฟลูเอ็นซ่าไวรัส,ไวรัสอะดิโนและไวรัสอาร์เอส) ด้วยเทคนิค cell culture
        1.2 การตรวจหาสารพันธุกรรมไวรัสไข้หวัดใหญ่ด้วยเทคนิค Real-time RT-PCR               
        1.3 การตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A และ ชนิด B ด้วยเทคนิค HI
        1.4 การตรวจหาแอนติบอดีชนิด IgM ต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A และ ชนิด B ด้วยเทคนิค ELISA
        1.5 การตรวจหาแอนติบอดีชนิด IgM ต่อไวรัสอะดิโนด้วยเทคนิค ELISA                

2. ข้อบ่งชี้ของการตรวจ

       2.1 ผู้ป่วยที่ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน: ผู้ป่วยมีอาการ ไข้ ( มากกว่าหรือเท่ากับ 38 องศาเซลเซียส) และ/ปวดศีรษะ ไอ  เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ   อ่อนเพลีย
       2.2 ผู้ป่วยที่ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง: ผู้ป่วยมีอาการ ไข้ ( มากกว่าหรือเท่ากับ 38 องศาเซลเซียส) และ/ ไอ  หอบ หายใจลำบาก หลอดลมอักเสบ ปอดบวม  ปอดอักเสบ

3. การส่งตรวจและการรายงานผล

วิธีวิเคราะห์

สิ่งส่งตรวจ

ปริมาณ

การนำส่ง

ค่าตรวจ
(บาท/ตัวอย่าง)

ระยะเวลา(วันทำการ)

การรายงานผล

ตรวจหาไวรัสระบบทางเดินหายใจด้วยเทคนิค cell culture

swab จากระบบทางเดินหายใจส่วนบน

ใส่ในหลอด VTM

แช่เย็น 2-8องศาเซลเซียส

- 1,500
- 800 (เฉพาะไวรัส 1 ชนิด)

13

ไม่พบเชื้อไวรัสระบบทางเดินหายใจ/พบเชื้อไวรัส (ชื่อ/ชนิดของไวรัส)

สารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง

2 mL ใส่หลอดปราศจากเชื้อ

ตรวจหาสารพันธุกรรมไวรัสไข้หวัดใหญ่ด้วยเทคนิค Real-time RT-PCR

swab จากระบบทางเดินหายใจส่วนบน

ใส่ในหลอด VTM

แช่เย็น 2-8องศาเซลเซียส

2,500

4

ไม่พบ/พบสารพันธุกรรมของไวรัสไข้หวัดใหญ่(A/H1pdm09, A/H3  หรือ  B)

สารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง

2 mL ใส่หลอดปราศจากเชื้อ

ตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A และ ชนิด B ด้วยเทคนิค HI

ซีรัม

0.5 -1 มิลลิลิตร 

ใส่หลอดปราศจากเชื้อ  แช่เย็น 2-8องศาเซลเซียส

1,000

8

ระดับ  HI  titer ของตัวอย่าง

ตรวจหาแอนติบอดีชนิด IgM  ต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่หรือไวรัสอะดิโนด้วยเทคนิค ELISA

ซีรัม

0.5 -1 มิลลิลิตร

ใส่หลอดปราศจากเชื้อ  แช่เย็น 2-8 องศาเซลเซียส

600

8

Positive
Negative
Equivocal
ค่า cut off   และค่า OD ของตัวอย่าง

4. สิ่งรบกวนต่อการวิเคราะห์

        4.1 ซีรัมมีการแตกของเม็ดเลือดแดงเล็กน้อย
        4.2 swab ที่มี calcium alginate หรือ swab ที่ด้ามทำด้วยไม้เพราะอาจมีสารที่ยับยั้งไวรัสบางชนิดหรือยับยั้งปฏิกิริยา PCR

5. ข้อแนะนำการเก็บตัวอย่าง

       5.1 การเก็บตัวอย่างเพื่อแยกเชื้อและตรวจหาสารพันธุกรรม
        ควรเก็บตัวอย่างเร็วที่สุดภายใน 1-3 วัน เมื่อผู้ป่วยเริ่มปรากฎอาการของโรค (อย่างช้าภายใน 3-5 วัน)      กรณีที่ผู้ป่วยอาการรุนแรง ปอดบวม ปอดอักเสบ ควรเก็บตัวอย่างจากระบบทางเดินหายใจส่วนล่างเช่น bronchoalveolar lavage, tracheal aspirate, sputum  ใส่ในภาชนะปลอดเชื้อไม่ต้องใส่ VTM ยกเว้นกรณีผู้ป่วยใส่ tube อาจตัดสาย ET-tube จุ่มลงในหลอด VTM ได้ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ควรเก็บตัวอย่างจากระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น nasopharyngeal aspirate, nasopharyngeal wash, nasopharyngeal swab, throat swab (ใช้ Dacron หรือ Rayon swab ที่ก้านทำด้วยลวดหรือพลาสติก และไม่มีสาร calcium alginate) เมื่อป้ายเสร็จ ให้จุ่มลงในหลอด VTM แล้วหักปลายด้าม swab ทิ้ง เพื่อปิดหลอดเก็บตัวอย่างให้สนิท

       5.2 การเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจหาระดับแอนติบอดี  
        โดยเจาะเลือดจากเส้นเลือดดำประมาณ 3-5 มิลลิลิตร  ใส่หลอดปราศจากเชื้อปิดผาให้สนิท  ตั้งทิ้งไว้
ที่อุณหภูมิห้อง  รอเลือดแข็งตัว  ปั่นแยกซีรัมแบ่งซีรัมใส่หลอดปราศจากเชื้อ  เก็บเข้าตู้เย็น 4 องศาเซลเซียส  เพื่อรอการนำส่ง สำหรับผู้ป่วย เจาะเลือด 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเริ่มมีอาการ ครั้งที่ 2  ห่างจากครั้งแรกอย่างน้อย  14 วัน หากไม่สามารถเก็บ 2 ครั้งได้ ให้ส่งตัวอย่างเดี่ยวมาเพื่อตรวจหาแอนติบอดีด้วยวิธี  ELISA  IgM

6. ข้อควรระวัง

       6.1 ตัวอย่างสารคัดหลั่งหรือ swab ที่บรรจุในภาชนะต้องปิดจุกให้สนิท พันด้วยเทป ปิดฉลาก แจ้งชื่อผู้ป่วย ชนิดของตัวอย่าง วันที่เก็บ บรรจุใส่ถุงพลาสติก รัดยางให้แน่น  แช่ในกระติกน้ำแข็งรีบนำส่งทันที ถ้าจำเป็นต้องรอ ควรเก็บไว้ในตู้เย็น (4 องศาเซลเซียส) ห้ามแช่ในช่องแช่แข็งของตู้เย็น ถ้าต้องการเก็บนานเกิน 72 ชั่วโมง ให้เก็บ -70 องศาเซลเซียส (viral transport media ขอได้ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข)
       6.2 นำซีรัมคู่ หรือ ซีรัมเดี่ยว  ซึ่งปิดฉลากระบุชื่อผู้ป่วย  วันที่เก็บชนิดตัวอย่างใส่ถุงพลาสติก  รัดยางให้แน่น   แช่ในกระติกพร้อมนำแข็ง  หรือ  ice non  นำส่งปฏิบัติการ

7. วันและเวลาที่ทำการตรวจวิเคราะห์

          วันทำการ จันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 8.30 ถึง 16.30 น.

8. ระยะเวลาที่สามารถขอตรวจเพิ่มได้     

         -

9. เอกสารอ้างอิง

        9.1 การดำเนินมาตรการทางสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินจากโรคระบาด.  โรคติดต่อที่เป็นปัญหาใหม่.  กรมควบคุมโรคติดต่อ  กระทรวงสาธารณสุข.  โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรจำกัดแห่งประเทศไทย 2541 หน้า 227-244.
        9.2 Kendal AP, Pereira MS, Skehell JJ.  Concepts and Procedures for Laboratory-based influenza surveillance. Geneva : World Health Organization, 1982.

10. เกณฑ์การปฏิเสธตัวอย่าง

          10.1 สภาพตัวอย่างไม่สมบูรณ์ เช่น หลอดปิดฝาไม่สนิท หรือมีการแตกหัก ชำรุด   มีการแตกของเม็ดเลือดแดง (hemolysis) มากจนเห็นได้ชัดเจน   มีเชื้อราหรือขุ่นจากปนเปื้อนด้วยแบคทีเรีย   หลอดหรือภาชนะบรรจุตัวอย่างไม่ได้แช่เย็น (กรณีตรวจหาสารพันธุกรรม)
          10.2 ปริมาณไม่เพียงพอต่อการวิเคราะห์ 
                   10.2.1 ตรวจด้วยเทคนิค ELISA ซีรัมปริมาณน้อยกว่า 0.05 มิลลิลิตร  เลือดปริมาณน้อยกว่า 1 มิลลิลิตร
                   10.2.2 ตรวจด้วยเทคนิค HI ซีรัมปริมาณน้อยกว่า 0.1 มิลลิลิตร  เลือดปริมาณน้อยกว่า 3มิลลิลิตร
                   10.2.3 ตรวจด้วยเทคนิค PCR  ปริมาณน้อยกว่า 0.3 มิลลิลิตร
                   10.2.4 รายละเอียดตัวอย่างไม่ชัดเจนหรือไม่ถูกต้อง เช่น ชื่อ สกุลผู้ป่วยหรือชนิดตัวอย่างที่ระบุที่หลอดไม่ตรงกับใบนำส่งตัวอย่าง  หรือชนิดตัวอย่างไม่ตรงกับที่ระบุในคู่มือการเก็บตัวอย่างส่งตรวจ ของ สวส.