สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

National Institute of Health of Thailand

วันที่ :2020-12-14

1. ชื่อการทดสอบ

       การทดสอบพิษเฉียบพลันต่อระบบของร่างกาย (Acute systemic toxicity test) ด้วยวิธีทดสอบตาม IS010993-11
       (Acute systemic toxicity test : ISO10993-11)

2. ข้อบ่งชี้ของการตรวจ

       เป็นการทดสอบพิษเฉียบพลันต่อระบบของร่างกาย (Acute systemic toxicity test) ของผลิตภัณฑ์และวัสดุทางการแพทย์ (Medical devices / materials) ในกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้
              a) กลุ่มอุปกรณ์ที่สัมผัสภายนอกร่างกาย (Surface device) ได้แก่
                     - ชนิดที่มีการเจาะเข้าไปที่พื้นผิวภายนอกของร่างกาย (Breached or compromised surface) เช่น อุปกรณ์หรือวัสดุตกแต่งแผลที่มีหนอง แผลไหม้พุพอง แผลอักเสบ (Ulcer, burn and granulation tissue dressing or healing devices) และแผ่นสำหรับปิดแผล (Occlusive patches)
              b) กลุ่มอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกับภายนอกร่างกาย (External Communicating Device) ได้แก่
                     - ขนิดที่สัมผัสกับทางเดินเลือดที่จุดหนึ่ง และทำหน้าที่เป็นท่อสำหรับเข้าสู่ระบบหลอดเลือด (Blood path indirect) เช่น ชุดให้สารละลาย (Solution administration sets) ชุดสายต่อให้น้ำเกลือ (Extension sets) ชุดสายต่อท่อล้างไต (Transfer sets) และชุดให้เลือด (Blood administration sets)
                     - ชนิดที่เชื่อมต่อกับระบบเนื้อเยื่อหรือกระดูก (Tissue/bone communicating) เช่น กล้องที่ใช้สำหรับส่องเพื่อวินิจฉัยหรือผ่าตัดรักษาอวัยวะในช่องเชิงกราน(laparoscopes) กล้องที่ใช้สำหรับส่องเพื่อวินิจฉัยหรือผ่าตัดรักษาภายในข้อต่อของร่างกาย (Arthroscopes) ท่อและสายต่อสำหรับระบายของเหลวในร่างกาย (Draining systems) และลวดสำหรับเย็บแผลที่ผิวหนัง (Skin staples)
                     - ชนิดที่สัมผัสกับระบบไหลเวียนโลหิต (Circulating blood) เช่น สายสวนหลอดเลือดดำ (Intravascular catheters) เครื่องกระตุ้นการเต้นของหัวใจชนิดชั่วคราว (Temporary pacemaker electrodes) เครื่องกำเนิดก๊าซออกซิเจน (Oxygenators) เครื่องที่ช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอดและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง (Extracorporeal oxygenation tubing and accessories) และตัวดูดซับเลือดและภูมิคุ้มกัน (Hemoadsorbents and Immunoabsorbents)
              c) กลุ่มอุปกรณ์ที่ฝังในร่างกาย (Implant device) ได้แก่
                     - ชนิดที่ใช้สัมผัสกับเนื้อเยื่อและของเหลวของเนื้อเยื่อ (Tissue) เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (pacemakers) เครื่องมือส่งยาที่ฝังในร่างกาย (Drug supply devices) ตัวรับสัญญาณและกระตุ้นความรู้สึกที่กล้ามเนื้อ (Neuromuscular sensors and stimulators) เส้นเอ็นเทียม (Replacement tendons) เต้านมเทียม (Breast implants) กล่องเสียงเทียม (Artificial larynxes) รากฟันเทียมชนิดฝังใต้เยื่อหุ้มกระดูก (Subperiosteal implants) และคลิปสำหรับยึดแผลผ่าตัด (Ligation clips)
                     - ชนิดที่ใช้สัมผัสกับกระดูก (Bone) เช่น วัสดุยึดตรีงกระดูกภายใน (Orthopedic pins and plates) ข้อต่อเทียม (Replacement joints) กระดูกขาเทียม (Bone prostheses) ซีเมนต์และอุปกรณ์ที่ใช้ในกระดูก (Cements and intraosseous devices)
                     - ชนิดที่ใช้สัมผัสกับเลือด (Blood) เช่น เครื่องกระตุ้นการเต้นของหัวใจ (Pacemaker electrodes) ท่อสำหรับต่อเส้นเลือดดำเข้ากับเส้นเลือดแดง (Artificial arteriovenous fistulae) ลิ้นหัวใจเทียม (Heart valves) หลอดเลือดเทียมและขดลวดสำหรับการผ่าตัด (Vascular grafts and stents) สายต่อระบบนำส่งยาภายในร่างกาย (Internal drug delivery catheters) และ เครื่องช่วยการไหลเวียนของเลือด (Ventricular assist devices)

หมายเหตุ
        - ไม่รับตัวอย่างทดสอบที่มีข้อมูลว่าทำให้เกิดการกัดกร่อนหรือระคายเคืองซึ่งทำให้สัตว์เกิดความเจ็บปวดและทนทุกข์ทรมาน หรือเป็นตัวอย่างทดสอบที่เป็นของเหลวและมีค่าความเป็นกรดด่างน้อยกว่า 4.5 หรือ มากกว่า 8 (pH<4.5 , pH>8)
       - เป็นการทดสอบพิษเฉียบพลันต่อระบบของร่างกายของผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์และวัตถุดิบ/วัสดุทางการแพทย์ (Medical devices and device materials) ซึ่งตัวอย่างมาจาก
              • ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์หรือตัวอย่างทดสอบ ซึ่งเข้าเกณฑ์ต้องมีการตรวจสอบก่อนนำเข้าหรือขึ้นทะเบียนหรือจำหน่ายตามกฎหมาย
              • ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์หรือตัวอย่างทดสอบ ที่ต้องการใช้ผลการทดสอบเพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ในกระบวนการผลิต/วัตถุดิบ/สารเคมีที่ใช้ในการผลิต เป็นต้น
              • ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์หรือตัวอย่างทดสอบ ที่ต้องการใช้ผลการทดสอบเพื่อควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์

3. สิ่งส่งตรวจ วิธีการนำส่ง การวิเคราะห์และการรายงานผล

ชนิดสิ่งส่งตรวจ

ปริมาณ

การนำส่งสิ่งส่งตรวจ

ค่าตรวจ

ระยะเวลาตรวจ

การรายงานผล

1.ของแข็ง
หนาไม่เกิน 0.5 มิลลิเมตร(mm.)  เช่น Film, sheet, tube wall

ไม่น้อยกว่า  2,500 ตารางเซนติเมตร(cm2)

1. ตัวอย่างอาจบรรจุในภาชนะบรรจุจริงหรือภาชนะอื่นใดที่ปิดสนิท ไม่แตกหรือรั่วซึม

2.ตัวอย่างส่งตรวจต้องเป็นLotเดียวกัน

3.ชี้บ่งตัวอย่างให้ชัดเจน

ตามระเบียบกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ว่าด้วยอัตราค่าบํารุงการตรวจวิเคราะห์และให้บริการ  

1.อย่างน้อย 8 เดือน
(หลังจากSponsorชำระค่าธรรมเนียมการตรวจวิเคราะห์แล้ว)

2.ปริมาณที่สามารถรับตรวจได้  1ตัวอย่าง/เดือน

รายงานเป็นความเป็นพิษเฉียบพลันต่อระบบของร่างกาย ตามวิธีทดสอบพิษเฉียบพลันต่อระบบของร่างกายด้วยวิธีทดสอบตาม IS010993-11
(ISO 10993-11 Acute systemic toxicity test) (GLP-SOP-ST-13)

 

 

2.ของแข็ง
หนา 0.5–1.0 mm. เช่น Tubing wall, slab, Small moulded items

ไม่น้อยกว่า 1,500 cm2

3.ของแข็ง
หนามากกว่า 1.0 mm. ประเภท Larger moulded items

ไม่น้อยกว่า 1,500 cm2

4.ของแข็ง
หนามากกว่า 1.0 mm. ประเภทอื่นๆ เช่น Elastomeric closures

ไม่น้อยกว่า  1,000  cm2

5.วัตถุของแข็งรูปร่างไม่แน่นอน (Irregularly shaped solid devices) เช่น Powder, pellets, foam,                 non-absorbent moulded items

ไม่น้อยกว่า 200 g.

6.วัตถุของแข็งรูปร่างไม่แน่นอน ชนิดผิวเป็นรูพรุน(Irregularly shaped porous devices)
(low density materials) เช่น Membrane, textiles

ไม่น้อยกว่า 100 g.

7. ของเหลว เช่นน้ำยาล้างไต

ไม่น้อยกว่า 500 ml.

 

4. สิ่งรบกวนต่อการวิเคราะห์

      -

5. ข้อแนะนำการเก็บตัวอย่าง

       - ในการสุ่มตัวอย่างเพื่อส่งตรวจ หน่วยงานสนับสนุน(Sponsor)/ผู้ส่งตรวจ ต้องมั่นใจว่ามีการกำหนดวิธีการเก็บตัวอย่างที่จะทำให้ตัวอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน (Homogenous)และต้องเป็นตัวแทนของLot Number หรือ Batch Number ที่ผลิตในครั้งเดียวกัน ทั้งนี้การเก็บตัวอย่างต้องไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อน มีปริมาณเพียงพอ และบรรจุในภาชนะที่เหมาะสม(ตามที่กำหนดไว้ในข้อ3)
      - ในกรณีที่ตัวอย่างทดสอบต้องมีการควบคุมสภาวะการจัดเก็บเช่นอุณหภูมิที่ 2 to 8°C หรือ – 16 to -24°C ต้องมีการควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมตลอดระยะเวลาการขนส่งตัวอย่าง

 

6. ข้อควรระวัง

      ในกรณีที่ตัวอย่างทดสอบมีสภาวะที่ต้องควบคุมพิเศษหรือเป็นวัตถุอันตรายหน่วยงานสนับสนุน (Sponsor)/ผู้ส่งตรวจ ต้องระบุข้อควรระวังดังกล่าวให้ชัดเจน รวมทั้งวิธีการกำจัดที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

7. วันและเวลาที่ทำการตรวจวิเคราะห์

      ทุกวันเวลาราชการ จันทร์ถึงศุกร์ เวลา 8.30 ถึง 16.30 น.

8. ระยะเวลาที่สามารถขอตรวจเพิ่มได้     

      -

9. เอกสารอ้างอิง

      9.1 ISO 10993 – 11, 2017. Biological evaluation of medical devices – Part 11: Tests for systemic toxicity
      9.2  ISO 10993 – 12, 2012. Biological evaluation of medical devices – Part 12: Sample preparation and reference materials
      9.3 เอกสารวิธีการเรื่องการทดสอบพิษเฉียบพลันต่อระบบของร่างกายด้วยวิธีทดสอบตาม IS010993-11 (ISO 10993-11 Acute systemic toxicity test) (GLP-SOP-ST-13)

 

10. เกณฑ์การปฏิเสธตัวอย่าง

      10.1 หากผลิตภัณฑ์ที่ส่งตรวจวิเคราะห์ไม่มีฉลากติดบนภาชนะบรรจุ ซึ่งแสดงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ และ Lot no.
      10.2 กรณีที่รายละเอียดในการกรอกข้อมูลไม่ชัดเจน ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องไม่ครบถ้วน กับข้อตกลงการดำเนินการทดสอบตามหลักการ OECD GLP เพื่อทดสอบความเป็นพิษต่อระบบของร่างกายตามISO10993-11 (GLP-F-OR-10)
      10.3 กรณีสภาพตัวอย่างไม่เหมาะสมกับการตรวจ (เช่น ไม่ตรงกับเอกสารประกอบ, บรรจุภัณฑ์ชำรุด เสื่อมสภาพ/ ไม่เหมาะสม, หมดอายุ) หรือปริมาณไม่เพียงพอ
      10.4 กรณีที่Sponsor กำหนดให้ตัวอย่างมีการควบคุมสภาวะการจัดเก็บ แต่ไม่มีการควบคุมให้มีอุณหภูมิเหมาะสม
      10.5 หากตัวอย่างมีความไวต่อความชื้น แต่ไม่มีการควบคุมความชื้น เช่น บรรจุภัณฑ์ฉีกขาด หรือไม่มีสารควบคุมความชื้น เป็นต้น
      10.6 หากตัวอย่างไวต่อแสง แต่ไม่มีการควบคุมแสง เช่นบรรจุภัณฑ์ไม่ทึบแสง หรือฉีกขาด
      10.7 กรณีตัวอย่างทดสอบเป็นประเภทก๊าซ (Aerosol)
      10.8 กรณีตัวอย่างของแข็ง ที่Sponsorไม่อนุญาตให้ต้องนำมาแปรสภาพ(เตรียมตัวอย่าง)ด้วยการตัดหรือบดหรือสกัดแปรสภาพตัวอย่างด้วยการตัดก่อนทำการสกัด แต่Sponsorไม่ยินยอมให้แปรสภาพ
      10.9 กรณีที่เป็น Medical devices / materials หากไม่มีเอกสารประกอบ อย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่
            • เอกสารแสดงผลการตรวจวิเคราะห์ (Certificate of analysis, COA)
            • รายงานผลการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory report)
            • MSDS / Safety data sheet
      10.10 กรณี Medical devices ที่เป็นชุด แต่ไม่มีรูปภาพประกอบ
      10.11 กรณีเครื่องมือแพทย์ที่ต้องมีการผสมก่อนการใช้งาน แต่ไม่ระบุวิธีการหรือรายละเอียด หรือไม่แนบรูปภาพประกอบ
      10.12 กรณีตัวอย่างทดสอบมีผลกระทบต่อสัตว์ทดลองและไม่ผ่านการพิจารณาคณะกรรมการกำกับดูแลการเลี้ยงและใช้สัตว์ทดลอง
      10.13 กรณีตัวอย่างทดสอบมีผลการทดสอบระบุว่า“กัดกร่อน/ระคายเคือง” โดยวิธีการทดสอบการระคายเคืองทาง/การกัดกร่อนจากห้องปฏิบัติการทดสอบที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ได้แก่ OECD GLP หรือ ISO17025
      หมายเหตุ หากไม่มีผลการทดสอบการกัดกร่อน/การระคายเคือง และSponsor ยืนยันการทดสอบต่อ หากทำการสกัดตัวอย่างแล้วpHของสารสกัดมีค่าความเป็นกรดด่างน้อยกว่า 4.5 หรือ มากกว่า 8 (pH<4.5 , pH>8) จะยุติการทดสอบและไม่คืนเงินค่าตรวจวิเคราะห์
      10.14 กรณีตัวอย่างทดสอบที่เป็นของเหลวและมีค่าความเป็นกรดด่างน้อยกว่า 4.5 หรือ มากกว่า 8 (pH<4.5 , pH>8)
      10.15 กรณีตัวอย่างทดสอบเป็นของเหลวและ Sponsorไม่ให้ค่าpH จะทำการตรวจสอบโดยใช้กระดาษลิตมัส แต่ทั้งนี้ Sponsor ต้องเตรียมตัวอย่างทดสอบปริมาตรสุทธิอย่างน้อย 10 มิลลิลิตรโดยแยกบรรจุภัณฑ์ต่างหากจากตัวอย่างทดสอบอื่นๆ หากมีค่าความเป็นกรดด่างน้อยกว่า 4.5 หรือ มากกว่า 8 (pH<4.5 , pH>8)จะพิจารณายุติการรับตัวอย่าง
หมายเหตุ กรณีตัวอย่างทดสอบเป็นของเหลวที่ต้องผสมกัน ก่อนการใช้งาน ต้องเตรียมตัวอย่างทดสอบแต่ละชนิดให้เพียงพอและชี้บ่งให้ชัดเจน

11. หมายเหตุ

      • เมื่อ Sponsor นำส่งตัวอย่าง ณ สถานที่ที่ Test Facility กำหนดแล้ว จะได้รับสำเนาข้อตกลงการดำเนินการทดสอบตามมาตรฐาน OECD GLP เพื่อทดสอบความเป็นพิษต่อระบบของร่างกายตาม ISO10993-11 (GLP-F-OR-10) เพื่อเป็นหลักฐานการรับTest item เบื้องต้น ทั้งนี้ยังไม่ถือเป็นการรับTest itemเพื่อดำเนินการทดสอบ
      • เมื่อ Test facility ตัดสินใจอนุมัติรับทดสอบ Coordinator จะประสานงาน Sponsor เพื่อให้มาชำระค่าธรรมเนียมการตรวจวิเคราะห์ก่อนดำเนินการทดสอบ
      • หากรับดำเนินการทดสอบแล้วแต่ไม่สามารถดำเนินการทดสอบได้เนื่องจากเหตุสุดวิสัยเช่น ภัยธรรมชาติ จะไม่คืนค่าตรวจวิเคราะห์
      • ในกรณีที่ Sponsor ขอยกเลิกดำเนินการทดสอบก่อนที่ห้องปฏิบัติการจะรับดำเนินการทดสอบและ Sponsor ยังไม่ชำระค่าตรวจวิเคราะห์ให้ Sponsor สามารถแจ้งห้องปฏิบัติการทราบเพื่อยกเลิกการทดสอบ
      กรณี Sponsor ประสงค์ยกเลิกการทดสอบภายหลังจากชำระค่าตรวจวิเคราะห์แล้ว ห้องปฏิบัติการจะไม่คืนค่าตรวจวิเคราะห์
      • ในกรณีที่รับตัวอย่างทดสอบแล้ว หากทำการสกัดตัวอย่าง pHของสารสกัดมีค่าความเป็นกรดด่างน้อยกว่า 4.5 หรือ มากกว่า 8 (pH<4.5 , pH>8) จะยุติการทดสอบและไม่คืนเงินค่าตรวจวิเคราะห์
      • ในกรณีที่ต้องการผลวิธีทดสอบประเภทPharmacopeia จะใช้ตัวพา 4 ชนิด ดังนี้
            - Sodium Chloride injection (NSS)
            - 1 in 20 Solution of alcohol in sodium chloride injection
            - Polyethylene glycol 400
            - น้ำมันพืช
      • ในกรณีที่ต้องการผลวิธีทดสอบประเภทNon-phamacopia จะพิจารณาตัวพาตามความเหมาะสมกับตัวอย่างทดสอบ หาก Sponsor ทราบตัวพาที่จำเพาะเจาะจงกับตัวอย่างนั้นๆให้ระบุในข้อตกลงการดำเนินการทดสอบตามมาตรฐาน OECD GLP เพื่อทดสอบความเป็นพิษต่อระบบของร่างกายตาม ISO10993-11 (GLP-F-OR-10)