สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

NATIONAL INSTITUTE OF HEALTH OF THAILAND

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โชว์ผลงานการพัฒนาด้านสาธารณสุข ก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

วันที่ :2012-08-15

 






               นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์บุญชัย สมบูรณ์สุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานมอบรางวัลการนำเสนอผลงานวิชาการ 18 รางวัลและรางวัลเครือข่ายวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน ระดับดีเด่น 8 รางวัล ซึ่งแต่ละผลงานสามารถแสดงให้เห็นว่าผลงานนั้นมีการนำไปใช้ประโยชน์ที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ในทางการแพทย์และสาธารณสุข ของชุมชนและประเทศชาติในงานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 20 ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ กรุงเทพฯ วันที่ 10 สิงหาคม 2555            

 

          นายแพทย์บุญชัย สมบูรณ์สุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ร่วมกับมูลนิธิกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จัดประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 20 ขึ้น ระหว่างวันที่ 8 – 10 สิงหาคม 2555 ณ โรงแรม แอมบาสเดอร์ กรุงเทพมหานคร ภายใต้หัวข้อ ห้องปฏิบัติการก้าวหน้า พัฒนาสุขภาพ” (Better labs for Better Health) เพื่อเป็นเวทีให้นักวิชาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้มีโอกาสนำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการพัฒนางานสาธารณสุขก่อนที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งปีนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกับปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ASEAN IN TRANSITION”  พร้อมกับการนำเสนอผลงานวิชาการโดยแบ่งหัวข้อการนำเสนอผลงานทั้งหมด 5 หัวข้อหลัก คือ งานโรคติดเชื้อและโรคไม่ติดเชื้อทันโลก:ทันโรค”(Trendy Technology : Trendy Labs) งานคุ้มครองผู้บริโภค “ห้องปฏิบัติการเพื่อผู้บริโภค”(Labs for Consumer) งานด้านเครือข่ายวิทยาศาสตร์การแพทย์ ไปให้ไกล ไปด้วยกัน” (Further move together)งานวิชาการ ด้านต่างประเทศ “Better Labs for Better Health : Moving Together” และความเป็นเลิศ ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เรื่อง ภัยพิบัติ” (Hall of Fame/Hall of Flood)

 

          อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการนำเสนอผลงานด้านวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว ปีนี้ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรทั้งในและต่างประเทศมาบรรยายพิเศษ เพื่อเป็นการให้มุมมองด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุขในการพัฒนางานวิทยาศาสตร์การแพทย์ของไทย ได้แก่ Dr.Paul Rodgers ที่ปรึกษาองค์การอนามัยโลก Dr. Rajesh Bhatia ที่ปรึกษาองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Dr.Maureen Birmingham ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ในหัวข้อ“Better Labs for Better Health : WHO Perpectives” และ Prof.Dr.D.Lorne Tyrrell ผู้อำนวยการ Glaxo Heritage Research Institute บรรยายในหัวข้อ “Hepatitis B Therapies : Successes and Challenges” ยังมีหัวข้อที่น่าสนใจเรื่อง การเตรียมความพร้อมระหว่างประเทศ พร้อมรับปี 2015” โดย Asst. Prof.Dr.Shota Nakamura และ Dr.Carmen A Rodriguez Hernandz และหัวข้อ ห้องปฏิบัติการความมั่นคงระหว่างประเทศ ด้านสาธารณสุข โดย Prof. Dr.M Abul Faiz และด้าน CBRN (เคมี ชีววิทยา รังสี และนิวเคลียร์)โดย Ms.Maria Eugenia De Los Angeles Rettori นอกจากนี้เรื่องข้อมูลทางห้องปฏิบัติการ การใช้ประโยชน์ประกอบอุบัติการณ์ทางระบาดวิทยา” โดย Dr.Sonya Olsen  เรื่อง “From Lab to Operation Theatre” โดย รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ หัวหน้าศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ โรงพยาบาลจุฬาสภากาชาดไทย บรรยาย และการเสวนาในหัวข้อ ทางรอดในภัยพิบัติ” โดย ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย และ นพ.ประจักษวิช เล็บนาค รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

 

          ดร.วัฒนา อู่วาณิช นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทรงคุณวุฒิ(ด้านภูมิคุ้มกันวิทยา)ในฐานะโฆษกกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ข้อมูล และข้อคิดเห็นวิชาการด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง โรคติดเชื้อต่าง ๆ หรือเรื่องโรคไม่ติดเชื้อ การคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทั้งอาหาร ยา และเครื่องสำอาง  รวมทั้งการนำผลงานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่เกี่ยวกับมหาอุทกภัยปี 2554 มานำเสนออีกด้วย ซึ่งปีนี้มีผลงานวิชาการที่นำเสนอกว่า 140 เรื่อง เช่น การตรวจเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคปนเปื้อนใน EM ที่ใช้ในการแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียและขจัดกลิ่นเหม็นจากมหาอุทกภัย ปี 2554 การเตรียมโลหิตสำรองหมู่พิเศษ (Rh negative) สำหรับผู้รับบริการฝากครรภ์ การปนเปื้อนตะกั่วและแคดเมียมในปูเค็มและกระเพาะปลาแห้งที่นำเข้าจากประเทศพม่า ความก้าวหน้าในการตรวจวัณโรคในประเทศไทย และการเตรียมเซลล์ต้นกำเนิดชนิด DMSc Stem Pro สำหรับพัฒนาวิธีรักษาผู้ป่วยโรคจอตามีสารสีที่ถ่ายทอดพันธุกรรม เป็นต้น ซึ่งข้อมูลและข้อคิดเห็นจากการประชุมครั้งนี้ นักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะได้นำความรู้ไปพัฒนางานวิจัยงานวิชาการด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุขต่อไป โดยเฉพาะในปี 2558 ที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน งานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการพัฒนางานด้านสาธารณสุข เพื่อป้องกันและรักษาโรคต่างๆ ทั้งที่เป็นโรคเก่ากลับมาระบาดซ้ำ หรือโรคอุบัติใหม่ ที่อาจแพร่ระบาดในประเทศได้

 

 

 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

 

                                                                                                8 สิงหาคม 2555

 

 

 

 

แหล่งข่าวโดย » ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม

 

โทรศัพท์ 0-2951-0000 ต่อ 99017 , 99081

โทรสาร 0-2591-1707